สวัสดีคะ ยินดีต้อนรับคะ

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ของเล่นของทับทิมตอนหนึ่งขวบ

จากคราวที่แล้วได้อัพเรื่องของเล่นเด็กวัยหนึ่งขวบถึงสามขวบ วันนี้เลยมายกตัวอย่างของเล่นของทับทิมมาให้ดูกันคะ
รูปแรกเป็นเตารีด และไฟฉายเล็กคะ เตารีดน่ะ ของจริง แต่มันเล็กเลยเอามาให้ทับทิมเล่นคะ แต่ทับทิมเล่นไม่เป็นหรอกคะ เพราะไม่เคยเห็นคุณแม่รีดผ้า เลยไม่รู้จักว่าเจ้าตัวนี้ไว้ทำอะไรคะ แต่ถ้าเด็กคนไหนเคยเห็นคุณแม่ คุณยายรีดผ้าล่ะก็จะเล่นเป็นคะ เป็นการเลียนแบบคะ


รูปที่สองเป็นของเล่นยางคะ เอาไว้บีบๆ เล่น ทับทิมจะชอบบีบเล่นคะ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อนิ้วมือด้วยคะ


อันนี้ก็ตุ๊กตาคะ ทับทิมก็จะเอามากอดเล่น พร้อมกับกล่อมตุ๊กตาให้หลับคะ เลียนแบบแม่เวลากล่อมตัวเองนอนน่ะคะ ที่จริงมีตุ๊กตาผู้หญิงด้วยแต่ไม่ได้ถ่ายมาคะ เคยให้ขนมทับทิม เราบอกว่าทับทิมป้อนตุ๊กตาด้วยสิลูก ทับทิมก็เอาขนมไปยื่นให้ตรงปากตุ๊กตาด้วยคะ และเวลาเราเล่นตุ๊กตากับเขาก็ควรบอกว่าเป็นตุ๊กตาอะไรด้วยน่ะคะ เช่น หมี แมว กระต่าย


อันนี้เป็นลูกบอลโลกคะ ลูกใหญ่กว่ามือทับทิมเล็กน้อยคะ จับได้เหมาะมือ ทับทิมจะชอบถือเอาลูกบอลโลกเดินด้วยคะ ส่วนลูกบอลใหญ่(ไม่ได้ถ่ายมาเพราะอยู่นอกบ้าน)จะเอาไว้เล่นนอกบ้านเวลาเดินเล่นคะ


อันนี้เขาเรียกว่าอะไรน่ะ แต่เป็นการฝึกให้ลูกเรียงใหญ่เล็กน่ะคะ แต่ทับทิมเรียงยังไม่เป็นหรอกคะ เอาออกเป็นและเอาใส่เป็นแค่นั้นน่ะคะ


อันนี้เป็นโทรศัพท์คะ ของจริงบ้างของปลอมบ้าง แต่ของจริงเอาแบตเตอรี่ออกแล้วนะคะ เพราะกลัวจะเป็นอันตรายคะ ยิ่งถ้ามีเสียงด้วยลูกจะชอบคะ เขาจะลอกเลียนแบบเราเวลาเรารับโทรศัพท์จะเอาแนบหูตัวเองคะ ถ้าเด็กคนไหนพูดเก่งก็จะบอกว่า "ฮาโหล"พร้อมกับเอาแนบหูคะ


อันนี้เป็นรถและเมาท์ที่เสียแล้ว วัยนี้เขาจะชอบเอาของเล่นไถลคะ


อันนี้เป็นรถกับเป็ดคะ รถนั้นเอาเชือกผูกไว้ให้ลูกลากจูงคะ ฝึกการเดินคะ ทับทิมชอบคะ จะหันมาดูรถเวลาเดินด้วยคะ ส่วนเป็ดนั้นจะมีเชือกข้างหลังเวลาเราดึงและปล่อยวางบนพื้นเป็ดก็จะไหลไปข้างหน้าแบบวนไปวนมาคะ คิดว่าเด็กๆ น่าจะชอบกันคะ เพราะเราเองก็ยังชอบเลยคะ

 

อันนี้เป็นกังหันคะ ให้ทับทิมเล่นตั้งแต่นั่งได้คะ เวลาจับนั่งรถ เราเข็นรถ กังหันก็จะหมุนคะ เวลาเขาเดินได้เขาจะถือ เมื่อลมพัดกังหันก็จะหมุนอีก เวลานั้นเขาก็จะหัวเราะคะ เป็นการกระตุ้นให้เขาเดินได้ดีคะ


อันนี้เป็นกลองคะ วัยนี้อบเคาะ ชอบตีคะ อะไรที่เคาะ ตี เขย่า และมีเสียงเขาจะชอบคะ


อันนี้เป็นบล็อกคะ ทับทิมใส่ยังไม่เป็นหรอกคะ แต่เราก็อาศัยให้เขาเขย่าๆ และเอารูปทรงต่างๆ ให้เขาจับเขาถือน่ะคะ ให้เขาได้สัมผัสเรียนรู้เรื่องรูปทรงคะ ส่วนกล่องข้างๆ เอาไว้ให้ทับทิมจับใส่กล่อง ฝึกให้เขาเล่นแล้วเก็บคะ


อันนี้ค้อนคะ ทุบตีแล้วเกิดเสียง อย่างที่บอกไว้ว่าวัยนี้ชอบเคาะ ตี เขย่าคะ


อันนี้กระดานคะ เราชอบเป็นการส่วนตัวคะ ขีดๆเขียนแล้วไม่เลอะ ลบได้ ไม่อันตราย เพราะเกิดจากแม่เหล็กคะ ทับทิมเองจะชอบจับรูปดาวรูปสามเหลี่ยม รูปหัวใจมาวางแล้วก็ลากไปมามากกว่าดินสอคะ คิดว่าเส้นคงใหญ่กว่าเห็นชัดกว่าคะ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กคะ ตั้งแต่เริ่มจับตัวพิมพ์จนกระทั่งเวลาที่ลากไปลากมาบนกระดานคะ


อันนี้เป็นออร์แกนคะ เล่นตั้งแต่เล็กๆ ตอนนี้ก็ชอบเล่น กดเอง เลือกเพลงเองแล้วโยกไปมาคะ


อันนี้เป็น...เขาเรียกว่าอะไรดีล่ะ คฑามั้งคะ กดแล้วมีไฟออกคะ มีปุ่มเล็กๆ อยู่ที่ด้ามจับ ตอนแรกทับทิมเปิดไม่เป็นหรอกคะ ตอนนี้เปิดเองได้แล้ว ชอบเล่นเปิดไฟ หรืออะไรที่เป็นบปุ่มกดน่ะคะ


นี้เพียงยกตัวอย่างแค่นั้นคะ ของเล่นเด็กมีเยอะ ของทับทิมก็เยอะ แต่ไม่ได้ถ่ายมาให้ดู เพราะกระจัดกระจายไว้อีกบ้านคะ และสิ่งที่เราคำนึงเวลาที่จะเลือกซื้อของเล่นคือ ที่ราคาไม่แพงคะ เพียงแต่ว่าเวลาเราซื้อต้องคิดก่อนว่าอันตรายหรือเปล่า จะเป็นประโยชน์หรือเสริมพัฒนาการอะไรให้ลูกหรือเปล่าคะ บางอย่างไม่ได้เสริมพัฒนาการเลย แต่ลูกชอบก็ซื้อเถอะคะ ถ้าราคาไม่แพง หรือว่าครอบครัวไหนไม่มีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ นะคะ แต่ของเราเป็น single mom ต้องพยายามคิดหน่อยว่าอันไหนคุ้มค่ากับลูกหรือเปล่าน่ะคะ บางอย่างดัดแปลงจากของใช้ในบ้านได้ก็ใช้อันนั้นล่ะคะ ช่วยลดเงินในกระเป๋า ช่วยลดโลกร้อนด้วยน่ะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 1-3 ปี

ของเล่นหรือการเล่นมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กอย่างมาก ถือว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ของเด็กในอนาคต ดังนั้นถ้าพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูได้เข้าใจและสามารถนำของเล่นหรือกิจกรรมการเล่นไปใช้กับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ทักษะพัฒนาการและการเรียนรู้เด็กจะก้าวไปอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อเด็กมีพื้นฐานทางพัฒนาการที่ดีและเหมาะสมกับวัย เด็กจะสามารถนำประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ในอนาคตได้อย่างมีคุณภาพ



ความหมายของการเล่น
การเล่นเป็นกิจกรรมการเรียนรู้และเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กเกิดการรับรู้ที่ดี ตลอดทั้งให้เด็กได้เรียนรู้ตัวเองและบุคคลอื่นโดยไม่รู้ตัว และนอกจากนี้การเล่นยังมีผลต่อพัฒนาการทางสมอง และระบบประสาทอีกด้วย

ประโยชน์ของการเล่น
1. ช่วยเสริมสร้างให้เด็กมีพัฒนาการในทุกด้าน
2. ช่วยเสริมสร้างการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
3. ช่วยพัฒนาด้านสติปัญญา เสริมสร้างจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
4. ช่วยพัฒนาความสามารถในด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะคำศัพท์
5. ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง
6. ช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีทางสังคม เช่น การแบ่งปัน (sharing) การผลัดเปลี่ยน (turn taking) การช่วยเหลือ (co-operation) การอดทนต่อการรอคอยความยืดหยุ่น (flexibility)
7. ช่วยเสริมสร้างให้เด็กรู้จักตนเองได้ดีขึ้นซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ได้กระทำ
8. ช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี
9. ช่วยพัฒนาและส่งเสริมบทบาททางเพศ และบทบาทสมมติ
10. ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างความสนใจและสมาธิ

พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กวัย ๑-๓ ปี

เด็กในวัยนี้ สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ หลากหลาย เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ การค้นหา รวมทั้งมีศักยภาพทางพัฒนาการในทุกด้านที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ขึ้น กล่าวคือ ทักษะด้านการเคลื่อนไหว เด็กสามารถเดินได้คล่อง เดินขึ้น-ลงบันไดได้เอง กระโดด ปีนป่ายได้ ทักษะการใช้นิ้วมือ ความคล่องตัว และแม่นยำในการทำงานมากขึ้น ทักษะทางด้านภาษา สามารถโต้ตอบด้วยคำพูดเป็นประโยคสั้น ๆ บอกความต้องการของตัวเอง ตลอดทั้งปฏิบัติตามคำสั่งต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งช่วยเหลือตัวเองในการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ ถอด-ใส่เสื้อผ้า ควบคุมการขับถ่ายได้

ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูควรตระหนักคือ เรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์การเล่น และกิจกรรมการเล่น ไม่ว่าเด็กจะเล่นคนเดียวหรือเล่นกับผู้อื่นก็ตาม เนื่องจากเด็กวัยนี้ไม่เข้าใจถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น มีความคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างตนเองสามารถทำได้หมด และสามารถควบคุมจัดการในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

อุปกรณ์ของเล่นและเกมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กวัย 1-3 ปี

อุปกรณ์ / เกม
บล็อกขนาดต่าง ๆ ประมาณ 5-6 ชิ้น อาจทำด้วยไม้ พลาสติก หรือ กระดาษแข็ง หรือเครื่องเล่น Lego หรืออาจใช้กล่องสบู่ กล่องนมแทน ซึ่งสามารถวางต่อกันหรือวางซ้อนกัน
ประโยชน์
เพื่อฝึกทักษะการจับวาง การวางซ้อน การวางเรียง ฝึกทักษะการใช้มือและตาประสานกัน ฝึกการระระยะ ฝึกการสังเกต ฝึกความคิดเปรียบเทียบขนาดต่าง ๆ ของวัตถุ


อุปกรณ์ / เกม
กระดาน ค้อนตอก อาจทำด้วยไม้ หรือพลาสติก
ประโยชน์
เพื่อฝึกทักษะการใช้มือ ข้อมือ และท่อนแขน ตลอดทั้งการทำงานประสานงานกันระหว่างมือกับตา ฝึกการกะระยะ ทำให้เด็กได้เรียนรู้ถึงการใช้อุปกรณ์ของเล่นในการตอก


อุปกรณ์ / เกม
ของเล่นเป็นชิ้นที่มีขนาดต่าง ๆ กัน ใหญ่บ้างเล็กบ้าง หรือยาวบ้างสั้นบ้าง อาจทำด้วยไม้หรือพลาสติก
ประโยชน์
เพื่อฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อ มือ สังเกตรูปร่างและขนาด และรู้จักการเรียงขนาดเป็นระบบ เช่น เรียงตามลำดับจากเล็กไปใหญ่ หรือจากสั้นไปยาวโดยเด็กสามารถเรียนรู้การจัดวางรูป ขนาดเป็นชั้นต่าง ๆ อย่างเหมาะสม


อุปกรณ์ / เกม
ของเล่นที่ทำให้เกิดเสียง เช่น กล่อง ดนตรี ของเล่นที่จับเขย่า เคาะมีเสียง หรือเครื่องดนตรีประเภท keyboard กรับพวง ฯลฯ
ประโยชน์
เพื่อฝึกความสนใจฟังเสียงต่าง ๆ จากเครื่องดนตรีและสนุกสนาน ฝึกสมาธิและความสนใจ ตลอดทั้งฝึกการใช้มือ นิ้วมือ ในการกด เคาะ หรือตี


อุปกรณ์ / เกม
บอลผ้า / ลูกบอลพลาสติกยาง หรือ แป้นหลักใส่ห่วง
ประโยชน์
เพื่อฝึกการกะระยะใช้สายตาประสานกับมือ-แขน ในการโยน กลิ้ง ปาลงเป้าหมาย (อาจเป็นบุคคล หรือตะกร้า หรือลัง) ได้คล่องแคล่ว แม่นยำ


อุปกรณ์ / เกม
ของลากจูง เช่น สัตว์ต่าง ๆ รถ เรือ รถไฟ มีเชือกร้อยให้เด็กลางจูง
ประโยชน์
เพื่อฝึกความคล่องแคล่วของการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ในการเดินหรือวิ่งลากจูงของเล่นไป-มา อาจจะเคลื่อนไหวช้า-เร็ว แล้วแต่ความสามารถและความสนใจของเด็กแต่ละคน


อุปกรณ์ / เกม
อุปกรณ์เล่นทราย เช่น พลั่ว ช้อน ถัง พลาสติก ใช้เล่นกับทรายหรือข้าวสาร ย้อมสี หรือเม็ดถั่วต่าง
ประโยชน์
เพื่อฝึกการใช้มือ นิ้วมือ แขน และการทำงานประสานกันระหว่างมือ และตา ตลอดทั้งทักษะทางสังคมในการแบ่งปัน การให้-รับ (Turn-Taking) ระหว่างบุคคลอื่นอาจดัดแปลงใช้กับอุปกรณ์ในครัวเรือนได้ เช่น ช้อน จาน ถ้วย ฯ


อุปกรณ์ / เกม
หนังสือรูปภาพ อาจทำด้วยกระดาษ แข็งอย่างดี ทำด้วยผ้า ทำด้วย พลาสติก รวมทั้งโปสเตอร์ภาพสัตว์ ต่าง ๆ และอื่น
ประโยชน์
เพื่อฝึกการใช้มือ นิ้วมือ ข้อมือ ในการพลิกหน้าหนังสือ และใช้นิ้วชี้รูปภาพต่าง ๆ ตลอดทั้งทักษะด้านความเข้าใจภาษาและการพูด


อุปกรณ์ / เกม
ภาพตัดต่อ (Jigsaw) ควรมีจำนวน 3-6 ชิ้น อาจทำด้วยพลาสติก ไม้ กระดาษแข็งอย่างดี
ประโยชน์
เพื่อฝึกให้เด็กสังเกต เปรียบเทียบฝึกการคิดแบบบูรณาการ (ภาพรวม) ฝึกการจำ โดยการนำชิ้นส่วนของภาพมาต่อเรียงกัน เพื่อเกิดภาพได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ เสริมสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตัวเอง (self-esteem)


อุปกรณ์ / เกม
สีเทียน สีเมจิกแท่งใหญ่ ขีดเขียนบน กระดานหรือกระดาษ
ประโยชน์
เพื่อใช้ขีดเขียนในลักษณะที่ไม่เป็นรูปร่างใด ๆ ทั้งสิ้น เด็กจะขีดเขียนเอง และสร้างสรรค์จินตนาการของตัวเอง โดยเด็กเริ่มจับดินสอในลักษณะของมือกำ ต่อมาจึงจับในลักษณะของการใช้นิ้วมือได้ในที่สุด และเริ่มเขียนแบบมีรูปร่างทางเรขาคณิตมากขึ้น คือ ขีดเส้นตรง และวงกลม เพื่อฝึกทักษะการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือ ข้อมือ และท่อนแขน ตลอดทั้งฝึกการคิดจินตนาการต่าง


อุปกรณ์ / เกม
ของเล่น Pop-Up ที่เป็นรูปสัตว์
ประโยชน์
เพื่อฝึกการทำงานของนิ้วมือ มือ ในการกด หมุน บิด ดึง ตลอดทั้งสร้างเสริมทักษะของพัฒนาการทางภาษา ในด้านความเข้าใจ และการพูด รวมทั้งสร้างความสนใจและสร้างสมาธิ


อุปกรณ์ / เกม
เกมวาดรูปจากนิ้วมือ (Finger painting) อาจใช้สีน้ำ สีโปสเตอร์ หรือกาวน้ำ / แป้งเปียกผสมสี
ประโยชน์
เกมนี้เพื่อกระตุ้นการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้แก่ นิ้วมือ มือ ตลอดจนการประสานงานของตาและมือ สามารถกระตุ้นความสนใจ สร้างสมาธิในขณะทำกิจกรรม และฝึกงานด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยให้เด็กใช้นิ้วหรือมือในการละเลงสีน้ำ สีโปสเตอร์ สีแป้งเปียก ลงบนกระดาษหรือกระดาน


อุปกรณ์ / เกม
เกมจ้ำจี้มะเขือเปาะ
ประโยชน์
เพื่อฝึกการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ โดยผู้ใหญ่หรือเด็กจะเป็นผู้นำเกม ใช้นิ้วจิ้มลงบนนิ้วมือของผู้เล่นทีละนิ้ว พร้อมกับร้องเพลง “จ้ำจี้มะเขือเปาะ” เป็นการฝึกการฟัง สร้างความสนใจ และการมีสมาธิในการเล่นกิจกรรม ตลอดทั้งได้รับการเสริมทักษะพัฒนาการด้านภาษา และรู้จักกติกาอย่างง่ายในการเล่น


ข้อแนะนำในการเล่นของเด็กวัย 1-3 ปี
การเล่นของเด็กในวัยนี้ควรอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอดเวลา แต่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองทำและเรียนรู้จากการกระทำด้วยตนเอง ให้โอกาสเด็กได้ฝึกความสามารถในการคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยมีผู้ใหญ่เป็นผู้ชี้แนะหรือให้คำปรึกษา เพื่อพัฒนาความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง (self-esteem) รู้ว่าตนเองมีคุณค่าซึ่งจะสามารถพัฒนาให้เกิดความมั่นใจ และมีบุคลิกภาพที่ดีต่อไปในอนาคต นอกจากนี้เด็กยังมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบลองผิดลองถูก และต้องการสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่แปลกใหม่ด้วยตัวเอง ตลอดทั้งยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง (Ego centric) ไม่ชอบให้ใครมาสั่งหรือบังคับ จึงอาจแสดงออกโดยการต่อต้าน เช่น ขัดใจลงไปนอนดิ้น ร้องกวนอาละวาด หากพ่อแม่รู้จักหลอกล่อหรือเบี่ยงเบนความสนใจ ก็จะลดพฤติกรรมเหล่านั้นได้

การเลือกของเล่นให้เหมาะกับความสามารถของเด็กในแต่ละวัย มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กเป็นอย่างมาก พ่อแม่จึงมีบทบาทสำคัญต่อการเลือกสรรของเล่นและจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อเด็กให้เกิดศักยภาพในการรู้ โดยคำนึง
1. ความปลอดภัย
2. ความเหมาะสมกับอายุและพัฒนาการของเด็ก
3. ความสนใจของเด็ก
4. ความสะอาด
5. ความเหมาะสมของราคา
6. วิธีการเล่น

ขอบคุณข้อมูลจาก

ประภาศรี นันท์นฤมิต
หน่วยพัฒนาการและเจริญเติบโต
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.จุฬาฯ

ที่มา:http://www.raklukeshop.in.th/index.php/2009-09-05-08-59-04/39-today-on-news/56-adipiscing-mauris-ante-adipiscing

เมื่อทับทิมหนึ่งขวบแล้ว

ไม่ได้อัพมานาน วันนี้มีปัญหาซึ่งเป็นปัญหามานาน เพราะเจ้าตัวปัญหา "ทับทิม" ไม่ค่อยยอมกินข้าว วันนี้คุณแม่ต้องลองมานั่งหาข้อมูล ไปเจออยู่เว็บหนึ่งน่าสนใจมาก เลยก๊อปมาให้อ่านกันดู เผื่อมีคุณแม่ท่านไหนได้ประโยชน์บ้างคะ

ในช่วงอายุ1ขวบถึง2ขวบ
น้ำหนักของเด็กจะเพิ่มขึ้น
เพียงประมาณ2กิโลกรัมเท่านั้น
แต่ไม่ได้หมายความว่า
ช่วงหนึ่งขวบถึงขวบครึ่ง
น้ำหนักเเด็กจะเพิ่ม1กิโลกรัม

ช่วงฤดูร้อนน้ำหนักเด็กอาจเพิ่มน้อยมาก
และมาเพิ่มเร็วในช่วงที่อากาศเย็นสบาย
เพราะเด็กกินอาหารได้มากขึ้น

เมื่อเด็กอายุเกิน1ขวบ
และร่วมกินอาหารกับพ่อแม่แล้ว
ความแตกต่างในเรื่องการกินอาหาร
ของเด็กแต่ละคนจะปรากฏชัดเจนขึ้น
ไม่มีมาตรฐานใดๆที่กำหนดว่า
เด็กจะต้องกินเท่านั้นเท่านี้
เด็กส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินข้าว
แต่มีเด็กบางคน
จะกินเก่งมาก
จนทำให้แม่ซึ่งมีลูกที่กินน้อย
เกิดความเป็นห่วงลูกของตน
เราลองมาเปรียบเทียบรายการอาหาร
ของเด็กกินเก่งกับเด็กกินน้อยดู

เด็กกินเก่ง
9โมงเช้า กินขมปัง(2แผ่น)
นม1ขวด(180มิลลิลิตร) ตับบด ผลไม้

เที่ยงกินข้าว(2ถ้วยข้าวเด็ก)
ไข่1ฟอง ไส้กรอก ผัก

บ่าย3โมงเย็น กินขนมปังกรอบ นม1ขวด

6โมงเย็น กินข้าว(2ถ้วย) ปลาหรือเนื้อ ผัก

2ทุ่ม ดื่มนมอีก1ขวด

เด็กกินน้อย
8โมงครึ่ง ดื่มนม1ขวด
10โมงเช้า กินขนมปังกรอบเล็กน้อย

เที่ยงกินข้าวไม่กี่ช้อน ไส้กรอก ไข่ ผัก

บ่าย3โมงครึ่ง ดื่มนม1ขวด

6โมงเย็นกินข้าวไม่กี่ช้อน ปลา ผัก

3ทุ่ม ดื่มนม1ขวด
จะเห็นว่า
เด็กกินเก่งเป็นเด็กที่กินนมเก่งมาตั้งแต่เล็ก
น้ำหนักตอน1ขวบ
มากกว่า10กิโลกกรัม
เเด็กกกินน้อยนั้นกินน้อย
มาตั้งแต่สมัยแบเบาะ
ดูดนมไม่เคยหมดขวด
พออายุได้1ขวบ
น้ำหนักจะประมาณ8กิโลกรัมเท่านั้น

แม่ของเด็กทั้งสอง
ต่างสนใจเรื่องอาหารของลูกทั้งคู่
การปรุงอาหารและให้อาหารลูก
ก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
ความแตกต่างอยู่ที่ตัวเด็กเองมากกว่า

แต่ถึงจะเป็นเด็กกินเก่ง
แกก็เจริญเติบโตตามอัตภาพ
เพราะถึงจะกินข้าวน้อย
แต่แกก็ชอบกินนมและไข่

ตามหลักโภชนาการแล้ว
เด็กอายุช่วง1-2ขวบ
ควรได้รับโปรตีน
วันละประมาณ40กรัม
(ควรเป็นโปรตีนจากสัตว์สักครึ่งหนึ่งด้วย)
แต่บางท้องถิ่นที่กันดาร
เด็กได้รับโปรตีนไม่ถึงวันละ15กรัมก็มี

เด็กที่มีกินแต่มีนิสัยกินน้อยนั้นส่วนใหญ่จะได้
โปรตีนวันละมากกว่า30กรัม
ซึ่งปริมาณขนาดนี้
เด็กน้ำหนักขนาด8กิโลกรัมพอจะอยู่ได้

แต่ถ้าแม่คิดว่าที่ลูกไม่กินข้าว
เป็นเพราะกินนมมากเกินไป
จึงลดนมเหลือเพียงขวดเดียว

ในกรณีนี้ถึงเด็กจะกินข้าวเพิ่มขึ้นเป็น2ถ้วย
แต่ปริมาณโปรตีนที่ได้ยังไม่พออยู่ดี

กรดอะมิโนเป็นสิ่งจำเป็น
สำหรับการเจริญเติบโตของเด็ก
กรดนี้มีอยู่ในไข่ ปลา เนื้อ และนมฯลฯ
ซึ่งเป็นโปรตีนจากสัตว์
แต่มีน้อยในข้าว แป้ง หรือก๋วยเตี๋ยว
เพราะฉะนั้น เด็กที่กินน้อยควรกินนมและไข่
ส่วนข้าวนั้นกินน้อยๆก็ได้

ถ้าจะให้ดีควรหัดให้เด็กกินข้าวกล้อง
ซึ่งมีโปรตีนมากกว่าข้าวขาวหลายเท่า

คนสมัยก่อนมักเน้นเรื่องกินข้าวมาก
เพราะข้าเวป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ
แต่ข้าวซึ่งถูกขัดสีจนขาวนั้น
จะมีโปรตีนน้อยกว่าข้าวซ้อมมือมาก
ถ้าที่บ้านไม่ได้กินข้าวกล้อง
พ่อแม่ควรเน้นให้ลูกกิน
กับข้าวประเภทโปรตีนจากสัตว์
เช่น ปลา เนื้อ ไก่ ไข่ เป็นต้น
ถ้าเด็กไม่ค่อยยอมกินกับข้าว
ก็ต้องทดแทนด้วยนม

ที่จริงเด็กรู้จักกินให้พอเพียง
ตามความต้องการของร่างกาย
ถ้าเราให้อาหารเด็กในช่วงเวลาหนึ่ง
ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กมีจิตใจจดจ่ออยู่กับการกิน
จิตใจไม่ว่อกแว่กห่วงเล่น
เด็กจะกินเท่าที่ร่างกายต้องกาย

เด็กกวัยนี้ถ้าไม่อยากให้เล่น
ระหว่างกินอาหาร
ควรให้นั่งกินที่โต๊ะอาหาร
หรือในเก้าอี้หัดเดิน

เวลาร่วมวงกินอาหารพร้อมกันทั้งบ้าน
พ่อต้องร่วมมือช่วยป้อนด้วย
เด็กจึงจะสนใจกินอาหารดี

ตามปกติเด็กวัยขวบครึ่ง
จะกินอาหาร3มื้อ และนมอีก2ขวด
สำหรับเด็กที่ไม่ค่อยกินกับข้าว
ควรเพิ่มนมเป็น3ขวด

การให้นมตอนกลางวัน
อย่าให้ดูดจากขวด
ให้เด็กดูกจากหลอดหรือใส่ถ้วยให้ดื่ม
แต่เด็กวัยนี้มีจำนวนมาก
ที่ไม่ยอมห่างขาดนม
เวลาดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้เด็กจะยอมดื่มจากถ้วยโดยดี
แต่ถ้าเป็นนมจะต้องดูดจากขวด
การให้ดูดจากขวดน้ำสะดวก
ตรงที่นมไม่หก
และทิ้งเด็กไว้กับขวดนมจนหลับไปเองได้

สำหรับเด็กที่ยังติดขวดนมอยู่
ตอนกลางคืนคงต้องให้นมด้วยขวด
เพราะถ้าให้เลิกดื่มกระทันหันเด็ก
จะดูดมือหรือผ้าผ่มซึ่งสกปรกกว่าจุกนมเสียอีก
การเลิกให้นมขวดต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เด็กอายุหนึ่งขวบถึงขวบครึ่ง
ยังเป็นช่วงหัดใช้ช้อนกินอาหาร
เวลาเด็กใช้ช้อนตักอาหารเอง
แกจะทำหกเลอะเทอะเต็มไปหมด
แต่เมื่อด็กสนใจจะใช้ช้อนตักกินเอง
แม่ต้องสนับสนุน

แน่นอนที่เด็กวัย1ขวบ
ยังไม่สามารถตักอาหารกินเองได้ทั้งหมด
ถ้ารอให้กินเองคงเสียเวลามาก
แม่ควรให้แกนั่งที่โต๊ะ
ส่งช้อนให้ตักข้าวกินเอง
และคอยช่วยป้อนกับข้าวให้
เวลาในการกินอาหารแต่ละมื้อ
ไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมง

เด็กบางคนชอบเล่นระหว่างกินอาหาร
เป็นเพราะแกหมดความอยากกินเสียแล้ว
แม่ควรพอแค่นั้น
ถ้าปล่อยให้แกเล่นไปกินไป
กว่าจะหมดชามจะเสียเวลาเป็นชั่วโมง
3มื้อ3ชั่วโมง
รวมเวลานอนและเวลาอาหารว่างเข้าไปด้วย
ก็เกือบหมดวัน
เด็กเลยมีเวลาเล่นออกกำลังกายได้น้อย
ซึ่งมีผลให้ไม่ค่อยหิว จึงกินน้อย

สาเหตุที่ทำให้
เด็กไม่อยากกินอาหารกลางคันนั้น
ส่วนใหญ่เป็นเพราะอาหาร
แม่บังคับให้แกกินอะไรที่ไม่ชอบ
เมื่อแกถูกบังคับให้อยู่ในโต๊ะอาหาร
นานๆบ่อยๆเข้า
เด็กก็จะเกิดความเบื่อ
ไม่อยากกินข้าวขึ้นมาทันทีที่เห็นโต๊ะอาหาร

อ่านแล้วสบายใจขึ้นนิดหน่อยแฮะ ฮ่าๆๆ
ที่มา:http://www.maama.com/column/baby/view.php?id=247

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อาหารที่ทำให้ท้องผูก-ท้องเสีย

อาหารที่อาจทำให้บางคนถ่ายง่าย
 เช่น ส้ม พรุน มะละกอ แก้วมังกร องุ่น มะขาม เชอรรี่ ผักใบเขียวๆ

อาหารที่อาจทำให้ท้องผูก
เช่น กล้วย ตับ ไข่แดง ฟักทอง แครอท

ถ้าลูกบางคนท้องผูกหรือท้องเสีย ลองดูว่าเขาได้ทานอาหารที่บอกไว้ไหม หรือว่าเราอาจแก้อาการดังกล่าวด้วยอาหารก็ได้คะ

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

การรักษาโรคด้วยน้ำนมแม่

การรักษาโรคด้วยน้ำนมแม่



น้ำนมแม่นอกจากจะมีคุณค่าทางสารอาหารสำหรับทารกแรกเกิดแล้วยังพบว่ามีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมคือต่อต้านเซลมะเร็งได้อีก โดยที่ Catherina Svanborg นักวิจัยชาวสวีเดนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาภูมิคุ้มกันค้นพบโดยบังเอิญว่าน้ำนมแม่นอกจากจะช่วยต่อต้านการติดเชื้อ ในทารกแรกเกิด เมื่อทดลองกับเซลมะเร็งปอดแล้วพบว่าน้ำนมแม่สามารถฆ่าเซลมะเร็งได้ ดังนั้นจึงมีการวิจัยด้านนี้โดยต่อเนื่องมา

ทีมนักวิจัยก่อนหน้านี้ได้ศึกษาน้ำนมแม่ในด้านการต่อต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียเพื่อนำมาผลิตยารักษาโรค ตลอดจนการนำมารักษาโรคท้องร่วงในประเทศกำลังพัฒนาโดยนำมาผสมกับอาหารเพื่อปรับสภาพการย่อยอาหาร อย่างไรก็ตามน้ำนมแม่จากสัตว์อื่นๆมีคุณภาพไม่เท่าเทียมกับน้ำนมมนุษย์ แต่เนื่องจากเราไม่สามารถซื้อขายน้ำนมมนุษย์ได้ จึงมีการคิดค้นตัดต่อพันธุกรรมเชื้อแบคทีเรีย ต้นข้าว แพะ และวัว เพื่อผลิตสารประกอบในน้ำนมมนุษย์ทดแทน อย่างเช่น สาร oligosaccarides ซึ่งปกติมีปริมาณเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของส่วนประกอบน้ำนมแม่

นาย David Newburg จาก Massachusetts General Hospital ซึ่งได้ตัดต่อพันธุกรรมหนู (mice) เพื่อสร้างสาร oligosaccarides เพื่อรักษาโรคท้องร่วง (diarrhea) และนับว่าเป็นก้าวแรกของการวิจัยในด้านนี้ สาร oligosaccarides นี้ไม่ใช่ภูมิต้านทานที่ทารกได้รับจากแม่โดยตรง แต่ทารกที่ได้รับสารนี้จากน้ำนมแม่จะสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคทั้งๆที่เป็นเชื้อโรคที่แม่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1998-2002 เป็นต้นมามีการปรับปรุงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตเพื่อให้ผลิตสารประกอบของน้ำนมมนุษย์ อย่างเช่น การตัดต่อพันธุกรรมแพะให้สร้าง lysozyme การตัดต่อพันธุกรรมวัวให้สร้าง lactoferrin และการตัดต่อพันธุกรรมข้าวให้สร้างทั้ง lysozyme และ lactoferrin ซึ่งสารทั้งสองอย่างเป็นสารประกอบในน้ำนมของมนุษย์ โดย Lactoferrin ทำหน้าที่ลดการอักเสบหรือเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับโรคไขข้ออักเสบ โรคไขสันหลังอักเสบและภาวะช็อกจากการติดเชื้อ ส่วน Lysozyme ช่วยในการทำลายผนังเซลของแบคทีเรียที่ไม่พึงปรารถนาโดยไม่รบกวนเซลปกติอื่นๆในร่างกาย

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งด้วยน้ำนมจากการตัดต่อพันธุกรรมนั้นเกิดจากการให้โปรตีนที่ชื่อว่า alpha-lactalbumin ซึ่งทำงานเฉพาะในสภาวะเป็นกรดเฉกเช่นในกระเพาะอาหาร นักวิจัยใช้โปรตีน HAMLET หรือ Human Alpha-Lactalbumin ที่อยู่ในภาวะกรดซึ่งไวต่อเซลมะเร็งมากกว่าเซลปกติเพื่อทำลายเซลมะเร็ง นักวิจัยพบว่า HAMLETสามารถทำลายเซลมะเร็งกว่า 40 ชนิดในห้องทดลอง เมื่อให้โปรตีน HAMLET ที่มีภาวะเป็นกรดแก่หนูที่มีเซลมะเร็งชนิดร้ายแรง glioblastoma ซึ่งปกติจะทำให้ผู้ป่วยโรคนี้เสียชีวิตภายใน 1 ปี พบว่าในระยะเวลา 7 สัปดาห์ของการทดลอง เซลมะเร็งมีขนาดเล็กลง 7 เท่าเมื่อเทียบกับขนาดเซลมะเร็งที่ได้จากการรักษาด้วยโปรตีน alpha-lactalbumin ที่มีสภาพไม่เป็นกรด

โปรตีน HAMLET ยังมีผลดีต่อการรักษาหูดและก้อนเนื้องอกเนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากการเจริญ เติบโตอย่างผิดปกติของเนื้อเยื่อ โดย HAMLET จะทำให้หูดลดขนาดลง 95 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการให้ยาหลอกซึ่งมีผลเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ในปัจจุบันมีการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะซึ่งยังไม่สรุปผล เพียงแต่นักวิจัยอ้างว่าเป็นการวิจัยที่ประสบความสำเร็จพอสมควรและไม่มีผลข้างเคียง มีบริษัทยาหลายๆแห่งเริ่มพัฒนายาที่ได้จากโปรตีนนี้แล้ว

ที่มา : http://www.ostc.thaiembdc.org/news_us/Jan50_9.html

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การใช้ยาในมารดาที่ให้นมบุตร

การใช้ยาในมารดาที่ให้นมบุตร
(Medications in the Breast-feeding mother)

ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยต่อทารก
ปัจจัยทางคุณสมบัติของยา(Drugs factors)
1. Diffusion or active transport. ยาส่วนใหญ่ผ่านไปน้ำนมโดยวิธี Diffusion นั่นคือถ้าระดับยาในplasmaแม่สูง  ระดับยาน้ำนมก็สูงขึ้นด้วย    แต่ยาบางตัวใช้วิธี  active transport ทำให้ความเข้มข้นของยาในน้ำนมสูงกว่าในplasma ของแม่
2. Protein binding  ยาที่จับกับโปรตีนได้ดี เช่น warfarin จะมีระดับยาต่ำในน้ำนม
3.  Lipid-solubility  ยาที่ละลายได้ดีในไขมัน จะผ่านไปน้ำนมได้มากขึ้น
4. Degree of ionization  ยาที่ไม่มีการแตกตัว(unionized)ใน plasma จะผ่านไปน้ำนมได้มากกว่ายาที่มีการแตกตัวดีกว่า
5. Molecular weight ยาที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำเช่น Lithium จะผ่านไปน้ำนมได้เร็วหลังจากแม่กินยา ส่วนยาที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงช่น Heparinจะไม่ผ่านไปน้ำนมแม่
6. Oral bioavailability  ยาบางตัวถูกทำลายที่ทางเดินอาหารของทารกได้  ไม่ผ่านไปยังระบบไหลเวียนของทารกจึงไม่มีความเสี่ยง  หรือยาบางตัวดูดซึมจากทางเดินอาหารได้ไม่ดี เช่น aminoglycosides จึงมีผลน้อยต่อทารก
7. Half-life  ถ้าแม่ได้ยาที่มี half-life ยาว หรือมี active metabolite ที่อยู่นาน ความเสี่ยงต่อทารกก็มากขึ้น โดยทั่วไปจึงควรหลีกเลี่ยงยาพวกนี้ โดยเฉพาะในทารกที่คลอดก่อนกำหนด
8. Non-doserelated toxicity  มียาจำนวนน้อยที่อาจทำให้เกิดการแพ้ยา ซึ่งไม่เกี่ยวกับปริมาณยาที่ได้รับ
ปัจจัยทางทารก(Infant factors)
  1. Age ทารกแรกคลอดโดยเฉพาะ ทารกคลอดก่อนกำหนด มีความเสี่ยงมากขึ้นเนื่องจากความสามารถในการกำจัดยาออกจากร่างกายไม่ดี มีการสะสมของยามากกว่า
  2.  Health status  ทารกน้ำหนักน้อย หรือป่วย มีความเสี่ยงมากขึ้น ภาวะอื่นเช่น Renal ,liver impairment, G6PD deficiency หรือ dehydration
ปัจจัยทางมารดา(Maternal factors)
1.     Dose  โดยทั่วไป ระดับยาในน้ำนมมีความสัมพันธ์กับขนาดยาที่มารดาได้รับ
2.    Route of administration การให้ยาทาง parenteral ระดับยาผ่านไปน้ำนมจะสูงกว่าการกิน ส่วนยาทาหรือยาพ่นจะผ่านไปน้อยมาก
3.    Health status มารดาที่มี renal หรือ hepatic impairment จะมีการสะสมยามากกว่า จะเพิ่มความเสี่ยงต่อทารก
หลักการทั่วไปในการใช้ยาในมารดาที่ให้นมบุตร
1. พิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้ยาจริงๆ  และสามารถเลื่อนการใช้ยาออกไปได้หลังหย่านมหรือไม่
2. เลือกใช้ยาที่ยอมรับกันว่ามีความปลอดภัยในทารก หรือมีการรับรองจากบริษัทผู้ผลิต
3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทราบว่ามี toxicity ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก
4. หลีกเลี่ยงการใช้ยาใหม่ๆที่มีข้อมูลน้อย   ให้ใช้ยาที่ออกมานานและมีผลการใช้ยาในมารดาที่ให้นมลูกว่าไม่มีอันตราย
5. เลือกใช้ยาที่ผ่านไปน้ำนมได้ยาก ,มี half-life สั้น, มีความสามารถจับกับโปรตีนได้ดี,ละลายในไขมันได้ไม่ดี และมีการดูดซึมที่ทางเดินอาหารได้ไม่ดี
6. เลือกการให้ยาแบบวันละครั้งเดียว  ดีกว่าแบบวันละหลายๆครั้ง
     ถ้าให้ยาแบบวันละครั้ง ควรให้แม่กินยาหลังที่ลูกกินนมแม่และมีการหลับเป็นระยะเวลานาน     ถ้าให้แบบหลายครั้งให้ลูกกินนมก่อนแม่กินยาทันที
7. เลือกวิธีการให้ยาที่ทำให้ระดับยาในเลือดแม่ไม่สูง เช่นใช้แบบ ทา ดีกว่าฉีดหรือกิน
8. ไม่ว่าใช้ยาอะไร ควรเลือกใช้ในขนาดต่ำ และใช้เป็นระยะเวลาสั้นที่สุด

การแบ่งประเภทยาที่ใช้ในมารดาที่ให้นมบุตร
     1. Compatible with breastfeeding  ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ปลอดภัยสามารถให้ลูกกินนมต่อได้
      2. Compatible with breastfeeding. Monitor infant for side-effects คือยาที่สามารถมี side-effects แก่ทารกได้ในบางครั้งและไม่รุนแรง ควรให้ข้อมูลแก่มารดาว่าจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้างต่อทารก    ถ้าหากมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น ควรหยุดยาก่อนแล้วใช้ยาอื่นแทน ถ้าหยุดยาไม่ได้ก็ให้งดการให้นมลูกก่อน จนกว่าการรักษาสิ้นสุดลง ระหว่างนั้นก็สอนให้บีบน้ำนมด้วยตนเองไปก่อน
      3.  Avoid if possible. Monitor infant for side-effects เป็นยาที่เคยมีรายงานว่ามีผลข้างเคียงต่อทารกและรุนแรงได้ จึงต้องใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ  และมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดถ้ามีผลข้างเคียงแก่ทารกก็ให้งดการให้นมลูกก่อน จนกว่าการรักษาสิ้นสุดลง ระหว่างนั้นก็สอนให้บีบน้ำนมด้วยตนเองไปก่อน
      4. Avoid if possible. May inhibit lactation ยาพวกนี้อาจทำให้การสร้างน้ำนมลดลงจึงควรหลีกเลี่ยง แต่ถ้าต้องใช้ยาในระยะเวลาสั้นๆก็ให้กินนมต่อได้โดยแนะนำให้ดูดนมบ่อยขึ้น
      5. Avoid เป็นยาที่มีอันตรายต่อทารก ไม่ควรให้ยา แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องงดการให้นมจนกว่าการรักษาสิ้นสุด แต่ถ้าต้องรักษาเป็นเวลานาน ก็ให้นมลูกไม่ได้  ยากลุ่มนี้มีน้อย ได้แก่ยารักษามะเร็ง และยาที่เป็น radioactive
1. ANAESTHETICS
ข้อมูลทั่วไป: ถ้ามารดาจะต้องได้รับการผ่าตัดและดมยาสลบ แนะนำให้ บีบน้ำนมเก็บไว้ในตู้เย็นสำหรับให้ลูกกินโดยวิธี cup feedingในระหว่างการผ่าตัดและในระยะพักฟื้น
Drugs
ความปลอดภัย
1.1General anaesthetics and oxygen

Ether
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Halothane
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Ketamine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Nitrous oxide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Oxygen
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Thiopental
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
1.2 Local anaesthetics

bupivacaine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
 lidocaine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Complementary drug:
           ephedrine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  เฝ้าระวังอาการข้างเคียงในทารก(irritability and disturbed sleep)
1.3 Preoperative medication

Atropine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  เฝ้าระวังอาการข้างเคียงในทารก(drying of secretion ,temperature elevation and CNS disturbance)
Cholralhydrate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  เฝ้าระวังอาการ drowsiness ในทารก
Diazepam
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการให้ยาซ้ำๆ เฝ้าระวังอาการง่วงนอนในทารก ควรเลือกใช้ยา  Short-acting benzodiazepam
Morphine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว  ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการให้ยาซ้ำๆ เฝ้าระวังอาการข้างเคียง(apnea and bradycardia)
Promethazine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการให้ยาซ้ำๆ เฝ้าระวังอาการง่วงนอนในทารก



2.Analgesics,antipyretics, nonsteroidal anti-inflammatory drugs, drugs used to treat gout and disease-modifying agents used in rheumatic disorders.
Drugs
ความปลอดภัย
2.1 Analgesics,antipyretics, nonsteroidal anti-inflammatory drugs, drugs used to treat gout

acetylsalicylic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  หลีกเลี่ยงการให้เป็นระยะเวลานาน    เฝ้าระวังผลข้างเคียงต่อทารก(haemolysis,prolonged bleeding time and metabolic acidosis)
ibuprofen
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ 
paracetamol
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ 
codeine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  หลีกเลี่ยงการให้เป็นระยะเวลานาน    เฝ้าระวังผลข้างเคียงต่อทารก(apnoea,bradycardia,cyanosis)
Morphine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว  ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการให้ยาซ้ำๆ เฝ้าระวังอาการข้างเคียง(apnea and bradycardia, cyanosis)
Pethidine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว  ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการให้ยาซ้ำๆ เฝ้าระวังอาการข้างเคียง(apnea and bradycardia, cyanosis)  พบอาการข้างเคียงได้บ่อยกว่าMorphine
allopurinol
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ 
colchicines
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ 


3.Antiallergics and drugs used in anaphylaxis.
Drugs
ความปลอดภัย
Chorphenamine
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
Dexamethasone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว   ไม่มีข้อมูลในการใช้ยานานๆ
Epinephrine
ไม่มีข้อมูล
Hydrocortisone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว   
Prednisolone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้





4.     Anticonvulsants/Antiepileptics
Drugs
ความปลอดภัย
Carbamazepine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  เฝ้าระวังผลข้างเคียงในทารก(jaundice,drowsiness,poor suckling,vomiting and poor weight gain)
Diazepam
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงการให้ยาซ้ำๆ เฝ้าระวังอาการง่วงนอนในทารก
Ethosuximide
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  เฝ้าระวังผลข้างเคียง(drowsiness,poor suckling and poor weight gain)
Magnesium sulfate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ 
Phenobarb
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  ให้เฝ้าระวังผลข้างเคียง(drowsiness,poor suckling and poor weight gain)
Phenytoin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  ให้เฝ้าระวังผลข้างเคียง(cyanosis and mehaemoglobinemia)
Valproic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  ให้เฝ้าระวังผลข้างเคียง(jaundice)
Clonazepam(B)
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  ถ้าให้ในขนาดปกติ

5.Anti-infective drugs
Drugs
ความปลอดภัย
Anthelminthics
Intestinal anthelminthics

Albendazole
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Levamisole
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Mebendazole
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Niclosamide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Praziquantel
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Pyrantel
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Antibacterials(β-lactam drugs)

amoxicillin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
ampicillin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
benzathine benzylpenicillin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
cloxacillin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
amoxicillin+clavulanic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
ceftazidime
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
ceftriaxone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Drugs
ความปลอดภัย
Other antibacterial

Chloramphenicol
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
Ciprofloxacin
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้ จนกว่ามีข้อมูล
Doxycyclin
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้ (staining infant’s teeth)
Erythromycin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Gentamicin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  ให้เฝ้าระวัง thrush and diarrhea
Metronidazole
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้   ถ้ากินในขนาด 2 กรัมก็ให้งดนมแม่ 12ชม. โดยให้แม่บีบน้ำนมเก็บไว้ในตู้เย็นก่อน  
Nalidixic acid
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน เฝ้าระวังผลข้างเคียง(haemolysis,jaundice) งดในG-6-PD deficiency.  
Nitrofurantoin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  สำหรับทารกที่สุขภาพสมบูรณ์คลอดครบกำหนด   หลีกเลี่ยงในทารกทารกก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน  เฝ้าระวังผลข้างเคียง(haemolysis,jaundice) งดในG-6-PD deficiency.  
Spectinomycin
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
Sulfadiazine
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน เฝ้าระวังผลข้างเคียง(bloody diarrhea,haemolysis and jaundice) งดในG-6-PD deficiency.  
Cotrimoxazole
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  สำหรับทารกที่สุขภาพสมบูรณ์คลอดครบกำหนด   หลีกเลี่ยงในทารกทารกก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน  เฝ้าระวังผลข้างเคียง(haemolysis,jaundice) งดในG-6-PD deficiency.  
Clindamycin
ให้หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้   เฝ้าระวัง ทารกถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นเลือด
Antileprosy drugs

Clofazimine
อาจทำให้ผิวหนังเปลี่ยนสี แต่จะกลับไปปกติได้





Drugs
ความปลอดภัย
dapsone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   หลีกเลี่ยงในทารกทารกก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน  เฝ้าระวังผลข้างเคียง(haemolysis,jaundice) งดในG-6-PD deficiency.  
rifampicin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  
Antituberculosis drugs

ethambutal
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    เฝ้าระวัง jaundice  
isoniazid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   เฝ้าระวัง jaundice  
isoniazid + ethambutal
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    เฝ้าระวัง toxicity
pyrazinamide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    เฝ้าระวัง jaundice  
rifampicin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    เฝ้าระวัง jaundice  
rifampicin + isoniazid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    เฝ้าระวัง jaundice
rifampicin + isoniazid + pyrazinamide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
streptomycin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    เฝ้าระวัง thrush และdiarrhoea
Antifungal drugs

amphotericin B
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
fluconazole
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
griseofuvin
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
nystatin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Antiviral drugs

aciclovir
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Antiprotozoal drugs

chloroquine
primaquin
quinine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    เฝ้าระวังhemolysisและ jaundice โดยเฉพาะในทารกทารกก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน                 งดในG-6-PD deficiency.  
proguanil
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
pyrimethamine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   








5.     Antimigraine drugs
Drugs
ความปลอดภัย
acetylsalicylic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ ถ้าให้เป็นครั้งคราว หลีดเลี่ยงการให้ระยะยาว เฝ้าระวังผลข้างเคียง (haemolysis,prolonged bleeding time and metabolic acidosis)  
ergotamine
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  ระวังผลข้างเคียง(ergotism)
paracetamol
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
propranolol
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    ระวังผลข้างเคียง(bradycardia, hypoglycemia, and cyanosis)

6.     Antineoplastic and immunosuppressive drugs and drugs used in palliative care
Drugs
ความปลอดภัย
immunosuppressive drugs
งดให้ลูกกินนมแม่
cytotoxic drugs
งดให้ลูกกินนมแม่
Hormones and antihormones

prednisolone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
tamoxifen
งดให้ลูกกินนมแม่
Drugs used in palliative care




7.     Antiparkinson drugs
Drugs
ความปลอดภัย
biperiden
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
levodopa+carbidopa
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้ เพราะ levodopa อาจยับยั้งการสร้างน้ำนม

8.     Drugs affecting the blood
Drugs
ความปลอดภัย
Antianaemia drugs

ferrous salt
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
folic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
hydroxocobalamin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Iron dextran
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   





Drugs
ความปลอดภัย
Drugs affecting coagulation

desmopressin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
heparin  sodium
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
phytomenadione
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Protamine sulfate
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
warfarin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   

9.Cardiovascular drugs
Drugs
ความปลอดภัย
Antianginal drugs

atenolol
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้   โดยเฉพาะในทารกทารกก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน เฝ้าระวังผลข้างเคียง (bradycardia hypotension and cyanosis)
glyceryl trinitrate
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
isosobide dinitrate
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
verapamil
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Antiarrhythmic drugs

digoxin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
lidocain
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
lerapamil
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
epinephrine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
isoprenaline
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
procainamide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    แต่ไม่มีข้อมูลผลของการใช้ระยะยาว
quinidine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Antihypertensive drugs

atenolol
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้   โดยเฉพาะในทารกทารกก่อนกำหนดหรืออายุน้อยกว่า1เดือน เฝ้าระวังผลข้างเคียง (bradycardia hypotension and cyanosis)
captopril
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Hydralazine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    แต่ไม่มีข้อมูลผลของการใช้ระยะยาว
hydrochlorothiazide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Methyldopa
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Nifedipine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้    แต่ไม่มีข้อมูลผลของการใช้ระยะยาว
Drugs
ความปลอดภัย
reserpine
ให้ใช้ยาตัวอื่นแทน
Drugs used in heart failure

captopril
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
digoxin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
dopamine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
hydrochlorothiazide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Antithrombotic drugs

acetylsalicylic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  ถ้าใช้ขนาดต่ำ    เฝ้าระวังผลข้างเคียง(haemolysis , prolonged bleeding time and metabolic acidosis)  
streptokinase
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ


10 Dermtological drugs(tropical)
Drugs
ความปลอดภัย
Antifungal drugs

benzoic acid+salicylic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
miconazole
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
sodium thiosulfate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
selenium sulfide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Anti-infective drugs

methylrosanilinium chloride
(gentian violet)
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
neomycin+bacitracin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
potassium permanganate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
silver sulfadiazine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Anti-inflammatory and antipruritic drugs

betamethasone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
calamine lotion
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
hydrocortisone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Astringent drugs

aluminium diacetate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Drugs affecting skin differentiation and proliferation

Benzoyl peroxide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
coal tar
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
Drugs
ความปลอดภัย
Drugs affecting skin differentiation and proliferation

dithranol
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้   
fluorouracil
ให้ใช้ทางเลือกอื่นแทน
podophyllum resin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
salicylic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
urea
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
Scabicides and pediculicides

benzyl benzoate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
permethrin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Ultraviolet-blocking agents

topical sun protection agent with activity against ultraviolet A and ultraviolet B
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้


11. Diuretics  โดยทั่วไป ยาขับปัสสาวะที่เป็น short-acting thiazideที่มีขนาดสูง, ขนาดปกติของยาชนิด loop diuretics หรือ long-acting thiazide สามารถยับยั้งการสร้างน้ำนมได้ จึงควรหลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
Drugs
ความปลอดภัย
amiloride
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้เพราะจะไปยับยั้งการสร้างน้ำนม
furosamide
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้เพราะจะไปยับยั้งการสร้างน้ำนม
hydrochlorothiazide
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้เพราะจะไปยับยั้งการสร้างน้ำนม
spironolactone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
mannitol
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้


12.Gastrointestinal drugs
Drugs
ความปลอดภัย
Antacids and other antiulcer drugs

aluminium hydroxide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
cimetidine
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ ในการใช้ระยะยาว
magnesium hydroxide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Antiemetic drugs

metoclopamide
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้ ไม่มีข้อมูลเพียงพอ ในการใช้ระยะยาว
promethazine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว 
Drugs
ความปลอดภัย
Antispasmodic drugs

atropine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ เฝ้าระวังผลข้างเคียง(ปากแห้ง มีไข้, CNS disturbance)
Laxatives

senna
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Drugs use in diarrhoear

oral rehydration salts
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
codeine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้เป็นครั้งคราว 


13. Hormones, other endocrine drugs and contraceptives
Drugs
ความปลอดภัย
Adrenal hormones and synthetic substitute

dexamethasone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว   ไม่มีข้อมูลในการให้ระยะยาว
hydrocortisone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว   ไม่มีข้อมูลในการให้ระยะยาว
prednisolone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Androgens

testosterone
หลีกเลี่ยงการให้ลูกกินนมแม่
Contraceptions

ethinylestradiol+levonorgestrel
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้เพราะจะไปยับยั้งการสร้างน้ำนม
ethinylestradiol +norethisterone
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้เพราะจะไปยับยั้งการสร้างน้ำนม
levonorgestrel
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ ตั้งแต่ 6สัปดาห์หลังคลอด
medroxyprogesterone acetate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ ตั้งแต่ 6สัปดาห์หลังคลอด
norethisterone enantate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ ตั้งแต่ 6สัปดาห์หลังคลอด
Estrogens

ethinylestradiol
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้เพราะจะไปยับยั้งการสร้างน้ำนม
Progestrogen

norethisterone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
medroxyprogesterone acetate
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ ตั้งแต่ 6สัปดาห์หลังคลอด
Thyroid hormones an antithyroid drugs

levothyroxine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
potassium iodide
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  ระวัง hypothyroidism
Thyroid hormones an antithyroid drugs

propylthiouracil
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้


14. Insulins and other antidiabetic agents
Drugs
ความปลอดภัย
glibenclamide
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้  เฝ้าระวังhypoglycemiaใน ลูก
insulin injection
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ อาจต้องลดขนาดลง
intermediate-acting insulin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ อาจต้องลดขนาดลง
metformin
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ


15. Immunologicals
Drugs
ความปลอดภัย
Sera and immunoglobulins

anti-D immunoglobulin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Antitetanus  immunoglobulin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Antivenum sera
ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
Diphtheria antitoxin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Immunoglobulin (human)
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Rabies immunoglobulin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Vaccines

BCG vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
diphtheria vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
hepatitis B vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Measles vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
pertussis  vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Poliomyelitis vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Tetanus vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
influenza vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
meningococcal meningitis
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Mumps vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Rabies vaccine(inactivated)
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Rubella vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Typhoid vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Yellow fever vaccine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้

16. Psychotherapeutic  drugs
Drugs
ความปลอดภัย
Drugs use in psychotic disorders

chlorpromazine
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  เฝ้าระวังdrawsinessในลูก
fluphenazine
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  เฝ้าระวังdrawsinessในลูก
haloperidol
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้  เฝ้าระวังdrawsinessในลูก
Drugs use in  mood disorders

amitriptyline
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ในขนาดไม่เกิน150mg/day
carbamazepine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ เฝ้าระวังผลข้างเคียง(jaundice,drowsiness, poor suckling ,vomiting and poor weight gain)
lithium carbonate
หลีกเลี่ยงถ้าเป็นไปได้
valproic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ เฝ้าระวังผลข้างเคียง(jaundice)
diazepam
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้ถ้าให้ครั้งเดียว หลีกเลี่ยงการให้ซ้ำๆ เฝ้าระวัง drowsiness ควรใช้ยาที่มีฤทธิ์สั้นเช่น lorazepam แทน
clomipramine
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้


16. Drugs acting on the respiratory tract.
Drugs
ความปลอดภัย
Antiasthmatic drugs

aminophyllin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
beclometasone
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
ipratropium bromide
ไม่มีข้อมูลพียงพอ
salbutamol
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
theophyllin
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Cromoglicic acid
ปลอดภัยให้ลูกกินนมแม่ได้
Antitussive

dextromethorphan
ไม่มีข้อมูลพียงพอ








17. ยาที่มักใช้บ่อยในมารดาที่ให้นมบุตร
ภาวะผิดปกติ
ยาที่แนะนำให้ใช้ได้
ยาทางเลือกอื่น
ยาที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
Allergic rhinitis
Beclomethasone
(Beconase)
Fluticasone(Flonase)
Cromolyn(Nasalcrom)
Cetrizine(Zrtec)
Loratadine(Claritin)
Sedating antihistamines
decongestants

Cardiovascolar
Hydrochlorothiazine
Metoprolol tartrate
(Lopressor)
Propanolol(Inderal)
Labetalol(Normodyne)

Nifedipine
Verapamil
Hydralazine
Captopril
Enalapril
Atenolol
Nalolol
Sotalol
Diltiazem
Depression
Sertraline
Paroxetine
Nortryptaline
Desipramine
Fluoxetine
Diabetes
Insulin
Glyburide
Glipizide
Tolbutamide
Acarbose
Metformin
Thiazolinediones
Epilepsy
Phenyltoin
Carbamazepine
Ethosuximide
Valproic sodium
Phenobarbital
Pain
Ibuprofen
Morphine
Acetaminophen

Naproxen
Meperidine
Asthma
Cromolyn
Nedocromil
Fluticasone
Beclomethasone

Contraception
Barrier methode
Progestin-only agent(DMPA)
Combined pills

ที่มา http://www.sk-hospital.com/~ob/teach/drugs&lactation.htm